วัตถุมงคล ท้าวจตุคาม ท้าวรามเทพ รุ่น พระหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง
ภาพเคลื่อนไหวและภาพถ่าย(ด้านล่าง)
วาระที่ 1
พิธีปลุกเสกปรุงยาวาสนามหาจินดามณี
ณ วัดท่าเสา 7 ต.ค. 48
* ความยาว 16 นาที (80 MB) สำหรับความเร็วอินเตอร์เนท 56 K อาจใช้เวลาดาวน์โหลดข้อมูลมากเป็นพิเศษค่ะ ความเร็วที่พอดีจะอยู่ที่ 256 K ขึ้นไปนะคะ
* หากต้องการให้ภาพขยายขึ้น คลิกขวาที่ภาพ คลิกที่คำว่า Zoom >> Full Screen หรือ 200% ได้เลยค่ะ
* Buffering ที่มุมซ้ายล่าง แสดงว่ากำลังดาวน์โหลดข้อมูลอยู่นะคะ กรุณารอสักครู่
หากต้องการดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่อง
คลิกที่นี่ค่ะ
|
|
พระเสื้อเมืองพระทรงเมืองล้ำค่ายาวาสนามหาจินดามณี
ผงยาวาสนามหาจินดามณี พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง
โอสถนามมี จินดามณี เลิศล้ำยอดยา
สร้างองค์พ่อไว้ ให้หมั่นบูชา รุ่งเรืองวัฒนา ปรารถนาสมจินต์
เงินทองมากมาย หน้าตาผ่องใส จิตใจโสภิณ
โทษหนักเท่าหนัก จักถึงชีวิน มิต้องแดดิ้น ถึงสิ้นชีวา
อยากให้ใครรัก จิตตั้งประจักษ์ เห็นในพริบตา
มหานิยม สมเจตนา เขาจะจ๊ะจ๋า มาหาทันที
แม้นรับราชการ เจ้านายโปรดปราน บริวารมากมี
อธิษฐานเอาเถิด ผลจะ ก่อเกิด ประเสริฐสุขี
อาทรธรรมนิเทศก์ พระคุณปกเกศ บอกเลศยานี้
เจ้าตำรับเก่า พระครูท่าเสา มาเนาว์นานปี
อย่าได้ละทิ้ง ในสิ่งสวัสดี มหาจินดามณี ยอดยานี้เอย
กล่าวกันว่าตำรับยาวาสนามหาจินดามณีมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยสมเด็จพระพนรัตน์
วัดป่าแก้ว
องค์พระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเป็นเจ้าของตำรับ จากนั้นได้ตกทอดสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
พระครูอาทรธรรมนิเทศก์ หรือหลวงปู่ทองอยู่พระเกจิอาจารย์ชื่อดังอดีตเจ้าอาวาส วัดท่าเสา
จังหวัด สมุทรสาคร ซึ่งมรณภาพ เมื่อปี 2531
ได้คัดลอกตำรายาวาสนามหาจินดามณี ฉบับของหมอนาม ก่อนที่พระพุทธวิถี นายก
หรือหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว หลวงตาของท่าน จะนำต้นฉบับไป ซึ่งต่อมาก็ได้จัดสร้างลูกอมและพระเครื่อง
ผงยาวาสนามหาจินดามณี จนปรากฏชื่อเสียงโด่งดัง และมีค่านิยม ที่สูงมากในปัจจุบัน
ส่วนหลวงปู่ทองอยู่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานหลวงปู่บุญ
ได้มาเริ่มปรุงยา วาสนามหาจินดามณี
เมื่ออายุ 40 กว่า ราว พ.ศ. 2480 เป็นต้นมา ซึ่งก็ปรากฏเกียจติคุณเลื่องลือ ในความศักดิ์สิทธิ์ของลูกอมและพระเครื่องแบบพิมพ์ต่าง
ๆ
ปัจจุบัน พระครูนิเทศก์สาครธรรมะเจ้าอาวาสวัดท่าเสา และพระอาจารย์สมพงษ์ ได้รับการสือทอด
ตำรับยาดั่งเดิมไว้
ผงยาวาสนามหาจินดามณีเกิดขึ้นจากตัวยาสมุนไพร มากมายและที่ขาดไม่ได้คือ
ดอกบัวคู่ 5 คู่ (ก้านเดียวแต่ยากเป็น๒ดอก) อันมีเคล็ดหมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์
เฉกเช่นชาวจีนถือคำว่า"ซังฮี้ "เป็นคำมงคล ในการปรุงยาจะต้องหาฤกษ์ยาม
เพื่อประกอบพิธีกรรม
ต้องจัดตั้งศาลเพียงตา พร้อมเครื่องสังเวย หัวหมู บายศรี ขนมนมเนยและเจ้าพิธี อ่านโองการอันเชิญเทพยดา
ในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม ก็จะต้องมี เครื่องสังเวยอีก 1 ชุด
เพื่อบูชาครู เมื่อได้ฤกษ์
พระสงฆ์ผู้ทรงคุณ 9 รูป สวดเจริญพระพุทธคุณ โดยผงยาทั้งหมดซึ่งบดละเอียดแล้ว
พร้อมน้ำประสานหลายชนิด และภาชนะ จัดตั้งอยู่กึ่งกลางในวงล้อมสายสิญจน์ เมื่อถึงฤกษ์ยามปรุงยา
พระสงฆ์ผู้ทรงคุณ จะตักผงยาใส่พาชนะ และตักน้ำประสานผสมไปทีละเล็กละน้อย
พร้อมทั้งบริกรรมคาถา มหาจินดามณีมนต์ และคลุกเคล้าผงยาให้เข้ากัน ในขณะที่พระสงฆ์
ผู้ทรงคุณ 9 รูป
สวดชัยมงคลคาถาจากนั้นเจ้าพิธี กล่าวลาและส่งเทพญาดาที่ศาลเพียงตาเป็นอันเสร็จพิธี
จะเห็นได้ว่าตำรับยาวาสนามหาจินดามณีต้องประกอบด้วยตัวยาครบถ้วนตามตำราโบราณ
ต้องประกอบด้วยพิธีกรรม ตามขั้นตอนเพื่อปรุงตัวยาจึงจะสำเร็จผล เปรียบได้ประหนึ่งยอดยาอันล้ำค่าของเทพยดา
ดังนั้นผู้มีไว้ จึงนับเป็นผู้มีวาสนา สมดั่งชื่อยา มิใช่หาซื้อได้ทั่วไป
ตามร้านขายยา แผนโบราณแล้วนำมาสร้างวัตถุมงคลและตั้งชื่อกันเอง ว่าจินดามณี อย่างที่พบเห็นทั่วไป
คณะกรรมการรุ่งพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าและความสำคัญของยาวาสนามหาจินดามณี
อีกทั้ง เมืองสมัย พล.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช ยังเรียนอยู่ โรงเรียนนายร้อยตำรวจที่สามพราน
ก็เคยได้ไปกราบกราน หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้วอยู่หลายครั้ง เคยได้รับลูกอมผงยาวาสนา
มหาจินดามณีนี้หลายเม็ด
ทั้งพกติดตัวทั้งใช้กินยามคับขันจึงพูดเสมอถึงคุณค่าครอบจักรวาล ของยาวาสนามหาจินดามณี
ดังนั้นจึงได้ติดต่อมาที่วัดท่าเสา ซึ่งก็เป็นเจ้าตำรับเก่า เมื่อท่านเจ้าอาวาสทราบถึงวัตถุประสงค์
ที่จะนำยาวาสนามหาจินดามณี
ไปจัดสร้างและผสมใน พระผง ท้าวจตุคาม ท้าวรามเทพ รุ่นพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง
เพื่อหาปัจจัยก่อสร้าง หอพระไตรปิฏก วัดหน้าพระบรมธาตุ ก็มีความยินดี จึงได้เมตตาจัดประกอบพิธี
ปรุงยา วาสนามหาจินดามณี ให้โดยประกอบพิธีกรรม อย่างถูกต้องทุกขั้นตอน ณ อุโบสถ
วัดท่าเสา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2548











คลิกที่รูปเพื่อชมประมวลภาพพิธีวาระที่ 2 พิธีเททอง